ทีมชาติโปรตุเกส ฟอร์มแรงไล่บด สวิส 6-1 กับ 3 ข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้

ทีมชาติโปรตุเกส

ต้องบอกเลยว่า ทีมชาติโปรตุเกส ในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา พวกเขาถือว่าโชว์ผลงานออกมาได้อย่างสุดยอด โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาแรงกายของ คริสเตียโน โรนัลโด้ แม้แต่น้อย ก็สามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 6-1 ผ่านทะลุเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ ฟุตบอลโลก 2022 ต่อไป

โดย วันนี้ทางทีมงานจะพาทุกท่าน ไปติดตาม 3 ข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ที่คอบอลควรทราบ จะมีอะไรที่น่าติดตามบ้าง และ มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ ไปชมพร้อมๆกันเลย

– ดร็อป โรนัลโด้ ครั้งแรกในรอบ 14 ปี

ซานโต้ส ผู้จัดการทีมของ ทีมชาติโปรตุเกส ตัดสินใจดร็อปกองหน้าตัวความหวังของชาติอย่าง โรนัลโด้ ในเกมนี้ หลังมีกระแสเรียกร้องจากแฟนบอลว่าอยากให้ดร็อป CR7 เหมือนกับที่ เทน ฮาก ได้ทำ และนั่นเท่ากับว่า เจ้าตัวโดนดร็อปเป็นตัวสำรอง ครั้งแรกในรอบ 14 ปีเลย

นับตั้งแต่ปี 2008 ที่ โปรตุเกส ไม่ส่งดาวเตะร่างบึกลงเล่นเป็นตัวจริงในสองรายการใหญ่ทั้ง ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลยูโร ฉะนั้นแล้ว โรนัลโด้ จึงต้องยุติการลงเล่นให้แผ่นดินเกิดเป็นตัวจริงในทัวร์นาเมนต์สำคัญเอาไว้ที่ 31 นัด

หลังจาก ซานโต้ส ปรับทัพมากถึง 8 รายโดยที่ ชูเอา กานเซโล่ กองหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็หล่นไปนั่งข้างสนามเช่นกัน และ เหลือเพียงแต่ ดีโอโก้ คอสต้า , ดีโอโก้ ดาโลต์ และ เปเป้ ที่ยังได้ลงบู๊เป็นตัวจริงโดยปราการหลังจอมเก๋าได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมด้วย

– โปรตุเกส ดร็อป โรนัลโด้ จริงจัง

แฟร์นานโด ซานโต้ส กุนซือใหญ่ของ โปรตุเกส ได้ทำตามเสียงเรียกร้องของแฟนบอลด้วยการดร็อป โรนัลโด้ ให้เป็นตัวสำรองในเกมนี้หลังได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตลอดสามนัดของรอบแบ่งกลุ่ม แต่ยิงได้แค่ ประตูเดียว เท่านั้น

โดยทางด้าน สื่อของประเทศโปรตุเกส ได้จัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นของกองเชียร์ซึ่งมีมากถึง 70% ที่โหวตให้ ซานโต้ส ดร็อป โรนัลโด้ ประกอบกับนายใหญ่ชาวโปรตุเกสเอง ก็ไม่ปลื้มท่าทางของกองหน้าวัย 37 ปีเช่นกัน

หลังโดนเปลี่ยนตัวในเกมแพ้ เกาหลีใต้ ซึ่งสุดท้ายก็นำมาซึ่งการประกาศรายชื่อ 11 นักเตะฟัดกับ สวิตเซอร์แลนด์ โดยที่ CR7 หลุดจาดโผตัวจริง

– แฮททริคแรกของ ฟุตบอลโลก 2022

เกมนี้ รามอส ถือว่าแผลงฤทธิ์ได้เจ็บแสบแบบสุดๆ โดยเป็นการยิงคนเดียว 3 ประตูพาทัพ ฝอยทอง เอาชนะ เมืองนาฬิกา ไปด้วยสกอร์ 6-1 โดยเจ้าตัวสามารถทำ แฮททริคได้ในเกมนี้อีกด้วย โดยมีสถิติเผยว่าเขายิงบอลเข้ากรอบทั้งสี่ครั้งเท่านั้น

จากนั้นในนาทีที่ 67 รามอส ก็มายิงเม็ดสามของตัวเองพาทีม ฝอยทอง ฉีกหนี 4-1 เป็นแฮททริคแรกใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้แม้เจ้าตัวจะโขกสกัดลูกเตะมุมไปเข้าทางให้ มานูเอล อาคันยี่ ตีไข่แตกให้ สวิตเซอร์แลนด์ ได้ก็ตามก่อนที่ดาวยิงดวงใหม่จะถูกเปลี่ยนออกให้ โรนัลโด้ ได้รับใช้ชาติเป็นเกมที่ 195

อย่างไรเสีย รามอส ประกาศศักดาได้อย่างเต็มตัวด้วยการยิงแฮททริคใน ฟุตบอลโลก ได้ตั้งแต่ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงเกมแรกถัดจากที่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ สร้างผลงานเอาไว้กับ เยอรมัน ในปี 2002

และหากจะนับเฉพาะดาวเตะเลือด ฝอยทอง รามอส ก็เป็นรายที่สองที่ทำแฮททริคได้ในเกม ฟุตบอลโลก ต่อจาก ยูเซบิโอ ในปี 1966 นัดชนะ เกาหลีเหนือ 5-3 ในรอบแปดทีม

เท่านั้นไม่พอ ในวัย 21 ปี 169 วัน รามอส ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับสองของ โปรตุเกส ที่ยิงประตูในเกม ฟุตบอลโลก ได้รองจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (21 ปี 132 วัน) เมื่อเดือนมิ.ย.2006